24.09.2024 Tips For Your Home บทความโดย Somfy Thailand บ้านอัจฉริยะ นวัตกรรมยกระดับคุณภาพชีวิตรับสังคมผู้สูงอายุ ปัจจุบันประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลกได้เริ่มก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) อย่างเต็มรูปแบบ โดยในปี 2566 กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้เปิดเผยว่า ไทยมีประชากรผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปประมาณ 13 ล้านคนหรือคิดเป็น 1 ใน 5 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ จึงส่งผลให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของผู้สูงอายุและแบ่งเบาภาระของผู้ดูแลมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าการออกแบบบ้านและเทคโนโลยีของใช้ภายในบ้านถูกออกแบบให้เหมาะสมกับการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุและสมาชิกทุกคนในครอบครัว บ้านอัจฉริยะ หรือ Smart Home จึงเป็นนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับการอยู่อาศัยภายในบ้านของผู้สูงอายุให้มีคุณภาพและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เทรนด์การอยู่อาศัยของผู้สูงอายุยุคใหม่ สำหรับการอยู่อาศัยในปัจจุบัน หากมองถึงความต้องการมทั้งของผู้สูงอายุเองรวมถึงผู้ดูแลหรือคนในครอบครัว สิ่งสำคัญที่มาเป็นอันดับต้นๆ คือ ความสะดวกสบายและความปลอดภัย จึงส่งผลให้ที่อยู่อาศัยหรือบ้านยุคใหม่มีการออกแบบฟังก์ชันและนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้มากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว จึงไม่น่าแปลกใจว่าบ้านอัจฉริยะ (Smart Home) นั้นเป็นตัวเลือกที่ดีในการยกระดับคุณภาพชีวิตและการอยู่อาศัยให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งบ้านอัจฉริยะยังมีการออกแบบฟังก์ชันให้ตอบโจทย์สำหรับคนยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น คนวัยทำงาน คนที่อยู่กันเป็นครอบครัว รวมถึงคนที่มีสัตว์เลี้ยงในบ้านอีกด้วย บ้านอัจฉริยะ สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุได้อย่างไร เทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะ (Smart Home) เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเทรนด์มาแรงและได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้สูงอายุและคนยุคใหม่ ซึ่งผู้สูงอายุนั้นจะมีความต้องการการดูแลมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวหรือใช้ชีวิตประจำวันด้วยตนเองได้ไม่สะดวก โดยเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะนั้นไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต แต่ด้วยคุณสมบัติและฟังก์ชันที่หลากหลายจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้สูงอายุสามารถช่วยเหลือตนเองได้ง่ายมากยิ่งขึ้น รวมถึงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตในหลายๆ ด้าน ดังนี้ 1. ยกระดับความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน การทำกิจวัตรประจำวันหลายครั้งอาจเป็นอุปสรรคสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหวร่างกายหรือมีสภาพร่างกายที่อ่อนแอลง ระบบบ้านอัจฉริยะถือเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวันให้แก่ผู้สูงอายุในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ภายในบ้านได้หลายประการ เช่น การควบคุมแสงสว่างภายในบ้านให้เพียงพอต่อการมองเห็น การใช้งานระบบปรับอากาศที่สามารถควบคุมและปรับตั้งอุณหภูมิของห้องให้เหมาะกับสุขภาพของผู้สูงอายุ การใช้งานอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ที่สามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟน หรือหลายอุปกรณ์สามารถใช้คำสั่งเสียง (Smart Speaker) ได้โดยไม่จำเป็นต้องเดินไปเปิด-ปิดสวิตช์ด้วยตนเอง ฟังก์ชันเหล่านี้จึงช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและยกระดับความสะดวกสบายในการดำรงชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุได้เป็นอย่างดี 2. ความปลอดภัยที่เหนือชั้น เนื่องจากผู้สูงอายุมีมักปัญหาด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น การลุก การเดิน การนอน รวมไปถึงอาการหลงลืม ซึ่งปัญหาด้านสุขภาพของผู้สูงอายุอาจเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เช่น การสะดุด การลื่นล้ม หรือแม้แต่การลืมถอดปลั๊กหรือปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ภายในบ้าน การนำเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะเข้ามาใช้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยที่รอบด้านมากขึ้น เช่น การดูแลความเรียบร้อยภายในบ้าน เช่น การติดตั้งกล้องวงจรปิดที่สามารถดูสถานการณ์ภายในและบริเวณบ้านได้จากระยะไกลตลอด 24 ชั่วโมง ระบบเซนเซอร์ติดตามกิจกรรมและตรวจจับความเคลื่อนไหว เช่น การระบบเซนเซอร์ เปิด-ปิดไฟอัตโนมัติเมื่อมีคนเดินผ่านบริเวณทางเดินหรือห้องน้ำ จะช่วยป้องกันอุบัติเหตุอย่างการสะดุดหรือลื่นล้มได้ ติดตั้งระบบล็อกแบบอัจฉริยะ ที่สามารถป้องกันการบุกรุกจากการที่ผู้สูงอายุอาศัยอยู่เพียงลำพังได้ 3. การดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด บ้านอัจฉริยะไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ช่วยในการดูแลสุขภาพได้อีกด้วย โดยระบบบ้านอัจฉริยะนั้นยังสามารถเพิ่มฟังก์ชันที่ช่วยตรวจสอบและเฝ้าระวังสุขภาพของผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็น ระบบแจ้งเตือนกรณีฉุกเฉิน อุปกรณ์ที่ช่วยแจ้งเตือนและขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน ซึ่งระบบจะสามารถส่งข้อมูลให้กับผู้ดูแลได้อย่างทันท่วงที เครื่องเตือนการกินยาอัตโนมัติ สามารถช่วยให้ผู้สูงอายุกินยาได้ตรงเวลาและไม่ลืม อุปกรณ์เซนเซอร์ติดตามสุขภาพและขอความช่วยเหลือ ที่มีฟังก์ชันการตรวจสอบและเฝ้าระวังสุขภาพของผู้สูงอายุ เช่น การใช้เซนเซอร์ติดตามกิจกรรม การวัดชีพจร และระดับออกซิเจนในเลือด หรือแจ้งไปยังผู้ดูแลหากเกิดกรณีฉุกเฉินที่ผู้สูงอายุต้องการความช่วยเหลือหรือเกิดเหตุไม่คาดฝัน นอกจากนี้ หลายฟังก์ชันบ้านอัจฉริยะยังสามารถเสนอแนะกิจกรรมและโปรแกรมการออกกำลังกาย รวมทั้งการกินอาหาร การนอนหลับ และการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุมากยิ่งขึ้น เพิ่มความปลอดภัยให้การก้าวเดินด้วยตัวควบคุมแสงสว่างอัตโนมัติ 4. ตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะบุคคล บ้านอัจฉริยะสามารถปรับเปลี่ยนและออกแบบการใช้งานให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะบุคคลของผู้สูงอายุได้ เช่น การปรับระดับความสว่างของแสงให้เหมาะกับสายตา การตั้งค่าอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ การเปิดไฟเมื่อผู้สูงอายุลุกจากเตียงหรือเดินผ่านบริเวณทางเดินแล้วให้ไฟติด การเปิดหรือปิดม่านในเวลาที่กำหนด เป็นต้น นอกจากนี้ ระบบบ้านอัจฉริยะยังสามารถรองรับอุปกรณ์และเครื่องช่วยเหลือการเคลื่อนไหว เช่น รถเข็นไฟฟ้า หรือเตียงปรับระดับ เพื่อให้ผู้สูงอายุที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวร่างกายสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกและปลอดภัย 5. การลดภาระของผู้ดูแล ระบบบ้านอัจฉริยะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระการดูแลผู้สูงอายุได้เป็นอย่างดี โดยเป็นเสมือนผู้ช่วยที่คอยเฝ้าระวังสุขภาพและความปลอดภัยของผู้สูงอายุแบบอัตโนมัติ การแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ และการติดต่อสื่อสารได้แบบ 2 ทางระหว่างผู้สูงอายุและผู้ดูแลได้ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ เทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะยังสามารถควบคุมการทำงานของอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านให้ปิดการทำงานอัตโนมัติเมื่อไม่มีผู้ใช้งาน เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น จึงช่วยลดภาระของผู้ดูแลในการคอยเฝ้าระวังและป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าวได้อีกด้วย 6. ลดการพึ่งพาและเพิ่มความอิสระให้กับผู้สูงอายุ เทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะและอุปกรณ์ Smart Home หลากหลายประเภทสามารถช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้สูงอายุสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่นมากนัก นอกจากนี้ ฟังก์ชันการสื่อสารและเชื่อมต่อกับคนรอบข้างยังช่วยส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ง่ายขึ้น เช่น การโทรสนทนาผ่านวิดีโอคอล การแชร์ภาพกิจกรรมต่างๆ หรือการมีส่วนร่วมในกลุ่มสนทนาออนไลน์ เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะทำให้ผู้สูงอายุมีสังคมที่กว้างขึ้น ส่งผลดีทั้งต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของผู้สูงอายุด้วย 7. ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน หลายครั้งที่ผู้สูงอายุมักเจอปัญหาด้านการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือเทคโนโลยีที่เข้าใจยากและมีหลายขั้นตอนที่ต้องอาศัยการจดจำ จึงอาจกังวลว่าจะสามารถใช้งานอุปกรณ์ Smart Home ด้วยตนเองได้หรือไม่ ซึ่งเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะนั้นถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงความเป็นมิตรต่อผู้ใช้งานทุกวัย เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าถึงง่ายและใช้งานได้อย่างสะดวก จึงทำให้การออกแบบแอปพลิเคชันและอุปกรณ์ต่างๆ มีวิธีการใช้งานที่เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน ตัวอย่างเช่น ปุ่มควบคุมขนาดใหญ่และมีสัญลักษณ์ที่ชัดเจน การใช้เสียงและภาพแสดงผลที่เข้าใจง่าย การเชื่อมโยงอุปกรณ์ให้ทำงานเชื่อมโยงกันอย่างอัตโนมัติ เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถใช้งานระบบเหล่านี้ได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย เทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะที่น่าสนใจสำหรับผู้สูงอายุ เมื่อยุคปัจจุบันเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบแล้ว การนำเอาเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะเข้ามาเป็นตัวช่วยในชีวิตประจำวันจะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นไปอีกขั้น วันนี้ Somfy จึงมีตัวอย่าง 7 เทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะที่ดีต่อใจผู้สูงอายุและสมาชิกในบ้านมาแนะนำ! 1. Smart Camera Smart Camera หรือกล้องอัจฉริยะ เป็นอุปกรณ์กล้องที่มีความสามารถมากกว่ากล้องวงจรปิดทั่วไป โดยผสานเทคโนโลยีการเชื่อมต่อและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้าด้วยกัน โดย Smart Camera หรือกล้องอัจฉริยะเป็นกล้องวงจรปิดไร้สายที่สามารถดูความเคลื่อนไหวได้ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตผ่านเชื่อมต่อกับ Wi-Fi หรือเครือข่าย 4G/5G จึงสามารถติดตามสถานการณ์ภายในบ้านได้แบบเรียลไทม์ รวมทั้งบันทึกวิดีโอคุณภาพสูงและจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์หรือการ์ดหน่วยความจำภายในได้อีกด้วย นอกจากนี้ Smart Camera หรือกล้องอัจฉริยะ ยังมีฟังก์ชันที่โดดเด่น เช่น การวิเคราะห์ภาพด้วย AI สามารถตรวจจับและแยกแยะวัตถุ เช่น คน สัตว์ หรือยานพาหนะ การจดจำใบหน้าและแจ้งเตือนเมื่อพบบุคคลที่ไม่คุ้นเคย การแจ้งเตือนไปยังสมาร์ทโฟนเมื่อตรวจพบเหตุการณ์ผิดปกติและยังสามารถกำหนดเขตพื้นที่เฉพาะสำหรับการตรวจจับและแจ้งเตือนได้อีกด้วย มีลำโพงและไมโครโฟนในตัว จึงสามารถพูดคุยกับผู้ที่อยู่ในบริเวณที่กล้องจับภาพได้ จึงนับว่า Smart Camera หรือกล้องอัจฉริยะ เป็นอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยพื้นฐานที่ตอบโจทย์ในด้านการดูแลความปลอดภัย 24 ชั่วโมง จึงช่วยให้ผู้ดูแลและคนในบ้านอุ่นใจมากขึ้นเมื่อผู้สูงอายุอยู่บ้านเพียงลำพัง อีกทั้งยังสามารถสื่อสารตอบโต้กันจากระยะไกลได้อย่างสะดวกสบาย 2. Video Intercom เทคโนโลยีสุดล้ำที่อัปเกรดกริ่งหน้าบ้านให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดย Video Intercom เป็นระบบสื่อสารวิดีโอที่ทำงานควบคู่กันระหว่างกริ่งหน้ารั้วบ้านและระบบล็อกประตู เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถสื่อสารกันระหว่างห้องต่างๆ ภายในบ้านหรือกับบุคคลภายนอกผ่านกล้องและลำโพงที่ติดตั้งไว้ โดยระบบนี้ประกอบไปด้วยอุปกรณ์ 2 ส่วนหลัก คือ หน้าจอแสดงผลภายในบ้าน ซึ่งเป็นจอที่แสดงภาพจากกล้องวิดีโอที่ติดตั้งภายนอก เช่น บริเวณประตูหน้าบ้าน ทำให้สามารถมองเห็นและพูดคุยกับบุคคลที่มากดกริ่งหน้าประตูได้โดยไม่ต้องเปิดประตูหรือเดินออกไปดูด้วยตนเอง กล้องและลำโพงภายนอกที่ติดตั้งบริเวณจุดทางเข้าหลักของบ้าน โดยมีกล้องเพื่อถ่ายทอดภาพมาที่หน้าจอภายในบ้านและมีลำโพงเพื่อการสื่อสารแบบ 2 ทาง (Two-way Communication) การบันทึกวิดีโอ (Video Recording) บางระบบสามารถบันทึกวิดีโอของผู้ที่มากดกริ่งหรือเข้ามาใกล้บริเวณที่ติดตั้งกล้องและสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ จึงเรียกได้ว่าระบบ Video Intercom นั้นเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในบ้านอัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3. Smart Door Lock Smart Door Lock เป็นระบบล็อกประตูอัตโนมัติ หรือ Digital Door Lock กลอนประตูดิจิทัลที่นิยมใช้กันมากในบ้านยุคใหม่และคอนโดมิเนียม ถือเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ถูกจัดรวมไว้ในบ้านอัจฉริยะ ซึ่งเป็นนวัตกรรมความปลอดภัยที่ไม่ต้องใช้กุญแจเปิด-ปิดประตูเหมือนอย่างที่เคย แต่ Smart Door Lock สามารถใช้วิธีการกดรหัสหรือใช้คีย์การ์ดที่บันทึกไว้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยไปอีกระดับ หรือในบางรุ่นสามารถใช้วิธีสแกนลายนิ้วมือหรือสแกนหน้าร่วมกับการใช้ Video Intercom ได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งระบบล็อกอัจฉริยะนี้จะมีความปลอดภัยมากกว่าระบบกุญแจทั่วไปที่ง่ายต่อการถูกงัดแงะ โดยระบบล็อกขอบ้านอัจฉริยะจะมีระบบสัญญาณเตือนภัยให้ผู้อยู่อาศัยทราบได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถปลดล็อกประตูได้ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนได้จึงช่วยแก้ปัญหาการลืมกุญแจไว้ในบ้านหรือกุญแจหายโดยไม่ได้ตั้งใจ 4. Medical Manager Medical Manager หรือโปรแกรมจัดการข้อมูลทางการแพทย์ คือซอฟต์แวร์หรือแอพพลิเคชันที่ออกแบบมาเพื่อช่วยในการจัดการและติดตามข้อมูลทางการแพทย์ของผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว รวมถึงการจัดการปริมาณยา การติดตามการนัดหมาย และข้อมูลสุขภาพอื่นๆ โดยซอฟต์แวร์เหล่านี้นอกจากจะมีการใช้ในสถานพยาบาล คลินิก หรือศูนย์ดูแลสุขภาพแล้ว ยังสามารถใช้งานส่วนบุคคลได้ในบ้านอัจฉริยะอีกด้วย โดยมีฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ผู้สูงอายุ เช่น การแจ้งเตือนการกินยา โดยระบบจะส่งการแจ้งเตือนให้ผู้ป่วยหรือผู้ดูแลได้ตรงเวลา การแจ้งเตือนนัดหมายกับแพทย์และเตือนความจำล่วงหน้า การจัดเก็บผลการตรวจทางการแพทย์ เช่น ผลเลือด ผลเอกซเรย์ รวมถึงติดตามความก้าวหน้าในการรักษา ระบบ Medical Manager จึงเป็นเสมือนผู้ช่วยดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการลืมกินยาหรือกินยาผิดเวลา รวมถึงช่วยให้การจัดการการนัดหมายและข้อมูลการรักษามีความแม่นยำมากขึ้น 5. Smart Lightning เทคโนโลยีช่วยควบคุมแสงสว่างอย่าง Smart Lightning หรือระบบไฟอัจฉริยะที่ควบคุมผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือระบบอัตโนมัติอื่นๆ โดยเชื่อมต่อและควบคุมด้วยเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) โดยสามารถใช้งานได้หลากหลายฟังก์ชัน ไม่ว่าจะเป็น ตั้งค่าการทำงานตามความต้องการ เช่น การตั้งเวลาเปิด-ปิดอัตโนมัติ การปรับความสว่างอัตโนมัติตามแสงธรรมชาติหรือปิดไฟเมื่อไม่มีคนอยู่ในห้อง การสร้างโหมดแสงสำหรับกิจกรรมต่างๆ เป็นต้น การควบคุมระยะไกลผ่านแอปพลิเคชันหรือคำสั่งเสียง การติดตั้งระบบเซนเซอร์ให้หลอดไฟทำงานได้อัตโนมัติเมื่อมีการเคลื่อนไหว ระบบควบคุมแสงสว่างในบ้านอัจฉริยะ จึงไม่เพียงแต่สร้างแสงสว่างภายในบ้านเท่านั้น แต่ยังช่วยอำนวยความสะดวก ง่ายต่อการควบคุมโดยไม่ต้องเดินไปที่สวิตช์ จึงลดความเสี่ยงในการสะดุดล้มของผู้สูงอายุและยังประหยัดพลังงานไฟฟ้าภายในบ้านอีกด้วย 6. Motorized Blinds / Curtains อีกหนึ่งระบบควบคุมแสงสว่างในบ้านอัจฉริยะที่ขาดไม่ได้ คือ Motorized Blinds / Curtains หรือม่านไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้า โดยสามารถสั่งการและควบคุมการใช้งานได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็น รีโมทคอนโทรล สวิตช์ แอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนหรือเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์ Home Automation ซึ่งฟังก์ชันของม่านไฟฟ้านั้นสามารถใช้งานได้ง่ายโดยไม่ต้องดึงหรือดันม่านด้วยตนเอง เช่น การตั้งเวลาใช้งานม่านไฟฟ้าอัตโนมัติตามเวลาที่กำหนด เช่น การตั้งเวลาเปิดม่านช่วงเช้าเมื่อผู้สูงอายุตื่นนอนหรือตั้งเวลาปิดม่านช่วงเย็นในเวลาเข้านอน เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้วงจรการนอนหลับของผู้สูงอายุมีคุณภาพมากขึ้น การปรับระดับความมืดและความสว่างของแสงได้ตามต้องการ นอกจากนี้ม่านไฟฟ้าบางประเภทยังสามารถปรับระดับการเปิดม่านและช่วยควบคุมทิศทางของแสงที่ส่องเข้ามาในบ้านได้อีกด้วย การควบคุมการทำงานของม่านไฟฟ้าผ่านอุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณหรือ Home Automation ที่สามารถใช้คำสั่งการเปิด-ปิดม่านหลายตัวได้พร้อมกัน รวมถึงสามารถเชื่อมต่อกับการใช้งานกับอุปกรณ์ Smart Home อื่นๆ ได้ ม่านไฟฟ้าไม่เพียงแต่จะช่วยควบคุมแสงสว่างภายในบ้านเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ในการช่วยลดอุณหภูมิในบ้าน โดยจะช่วยป้องกันความร้อนจากภายนอกที่มาพร้อมแสงแดด เช่น ม่านกันแสง (Dim-out) หรือม่านทึบแสง (Blackout) อีกทั้งยังเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในบ้านได้ 7. Home Automation Home Automation หรือระบบอัตโนมัติในบ้าน เป็นเครื่องมือที่ใช้เทคโนโลยีในการควบคุมและจัดการการทำงานของอุปกรณ์ภายในบ้านได้อย่างอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ ระบบความปลอดภัย หรืออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ โดยไม่จำเป็นต้องใช้งานด้วยมือทั้งหมด ซึ่งผู้ใช้งานสามารถควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านรีโมทคอนโทรล แอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน หรือแม้กระทั่งการใช้คำสั่งเสียง เช่น การตั้งเวลาเปิด-ปิดไฟ การควบคุมอุณหภูมิห้อง การควบคุมม่านไฟฟ้า หรือการล็อกประตูอัตโนมัติ โดยสามารถทำงานร่วมกันเป็นเครือข่ายภายในบ้านด้วยคุณสมบัติหลัก ได้แก่ การควบคุมจากระยะไกล ควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้านได้จากทุกที่ผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ระบบเซนเซอร์อัตโนมัติ เช่น เซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวที่สามารถเปิดไฟหรือปิดไฟเมื่อมีคนเดินผ่านหรือไม่มีคนอยู่ การเชื่อมต่อกับผู้ช่วยอัจฉริยะ เช่น Amazon Alexa, Google Assistant หรือ Apple HomeKit เพื่อควบคุมอุปกรณ์ด้วยคำสั่งเสียง การจัดการพลังงาน โดยช่วยควบคุมการใช้พลังงานในบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การตั้งเวลาปิด-เปิดเครื่องปรับอากาศหรือไฟฟ้า เป็นต้น Home Automation จึงเป็นส่วนหนึ่งของบ้านอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้สูงอายุยุคใหม่และทุกคนในครอบครัวที่ต้องการความสะดวกสบายและคุณภาพชีวิตที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น บ้านอัจฉริยะ Smart Home จึงเป็นนวัตกรรมใหม่จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทต่อการใช้ชีวิตและตอบโจทย์ต่อการดำรงชีวิตในสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ในหลายๆ ด้าน ทั้งความสะดวกสบาย ความปลอดภัย ตลอดจนการลดภาระของผู้ดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยครอบครัวยุคใหม่ที่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นผู้สูงอายุหรือผู้ที่ต้องการการดูแลมากเป็นพิเศษสามารถเลือกใช้อุปกรณ์ Smart Device หรืออุปกรณ์ที่รองรับระบบบ้านอัจฉริยะ เช่น การติดตั้งมอเตอร์ม่านไฟฟ้าหรือมู่ลี่ และการใช้ระบบ Home Automation อย่าง TaHoma จาก Somfy ที่สามารถควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าที่รองรับได้จากระยะไกลผ่านรีโมทคอนโทล สวิตช์ แอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้ทุกที่ทุกเวลา อีกทั้งยังสามารถใช้งานได้ง่ายไม่ซับซ้อน ด้วยคุณภาพระดับสากลและเทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมรองรับการอยู่อาศัยในบ้านอัจฉริยะและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในสังคมผู้สูงอายุที่กำลังมาถึง สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมอเตอร์ม่านไฟฟ้าแบรนด์ Somfy ได้ที่ Facebook : www.facebook.com/SomfyThailand Line OA : @SomfyTh Tel : 062-872-7157 ค้นหาเพิ่มเติม ประเภทบทความ Tips For Your Home Disqus is inactive